วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554

จังหวัดสุราษฏร์ธานี

             น้ำตกดาดฟ้า อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น 

เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนและป่าดิบชื้นที่ยังมีสภาพอุดมสมบูรณ์มาก มีพื้นที่ครอบคลุมบางส่วนของอำเภอบ้านนาสาร กาญจนดิษฐ์ และเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารเกิดเป็นลำคลองสำคัญไหลสู่แม่น้ำตาปี เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด เป็นภูเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลักษณะทางกายภาพเช่นนี้ทำให้ภายในอุทยานอุดมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม เช่นน้ำตก ถ้ำ ผา ลำธาร แม้หุบเหวและทิวเขาก็ยังมีมุมมองที่งดงามไม่แพ้กัน ครั้งหนึ่งบางส่วนของพื้นที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นฐานในสงครามประชาชน ซึ่งยังมีหลักฐานปรากฏอยู่เช่น บังเกอร์ ค่ายพัก อุโมงค์ ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาเหตูการณ์ในอดีต อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความชุ่มฉ่ำจากธารน้ำและน้ำตก ได้สดชื่นจากความร่มรื่นของแมกไม้ตลอดเส้นทางเดินป่า ได้ความตื่นตาจากทิวทัศน์ที่สวยงาม ได้ความรู้ในด้านธรรมชาติวิทยาและประวัติศาสตร์ อย่างครบครัน

ทางเข้าอุทยาน :: น้ำตกดาดฟ้า  
อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น
                                                เกาะสมุย

ในอดีตคนไทยรู้จักเกาะสมุยว่ามีมะพร้าวพันธุ์ดีมากที่สุดปัจจุบันนักท่องเที่ยวทั่วโลกเรียกขานเกาะสมุยว่า สวรรค์กลางอ่าวไทยเกาะสมุยมีหาดทรายขาวสวยขนานไปกับทะเลและทิวมะพร้าวริมชายหาดเกือบรอบเกาะ เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่สร้างความหลงไหลให้กับผู้มาเยือน ไม่เพียงเกาะสมุยเท่านั้นบรรดาเกาะบริวารและหมู่เกาะใกล้เคียงก็ล้วนมีทิวทัศน์ที่สวยงามยิ่ง จนนักท่องเที่ยวที่มาสมุยรู้สึกถึงความคุ้มเกินค่าการเดินทาง แต่ละหาดบนเกาะมีบรรยากาศการท่องเที่ยวที่แตกต่างกันไปเช่นหาดเฉวงมีทรายขาวสะอาด น้ำทะเลใส เหมาะแก่การเล่นน้ำ หาดละไมมีอ่าวโค้งสวยงาม หาดตลิ่งงาม เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดบนเกาะ ไม่เพียงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเท่านั้นเกาะสมุยยังพร้อมไปด้วยที่พักร้านอาหาร บริการนำเที่ยว สถานบรรเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันการเดินทางไปยังเกาะสมุยนั้นสะดวกมาก มีทั้งเรือโดยสารเรือเฟอร์รี่ข้ามฝั่งที่ออกเกือบทุกชั่วโมงและยังมีเที่ยวบินตรงมายังเกาะสมุยอีกด้วย

เกาะสมุย

                                      หมู่เกาะอ่างทอง   

เป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงามมากแห่งทะเลอ่าวไทย อยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางตะวันตกประมาณ 25 กม.ประกอบด้วยเกาะต่างๆประมาณ 40 เกาะ เช่น เกาวัวตาหลับ เกาะท้ายเพลา เกาะพะลวย เกาะแม่เกาะ เกาะไผ่ลวก ตามแกาะต่างๆเกือบทุกเกาะมีหาดทราย บางเกาะเป็นหาดทรายขาวสะอาด บางเกาะมีปะการังชายทะเลหลากสีหลายชนิด เป็นหมู่เกาะที่มีทิวทัศน์สวยงาม มีทะเลสาบ หน้าผา ถ้ำทะลุ เกาะรังนกนางแอ่น และนกนานาชนิด ใต้ผืนน้ำมีกองหินและปะการังเป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเลหลากชนิด นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมได้อย่างหลากหลายเช่น ชมทิวทัศน์ ตกปลา ดำน้ำ พายเรือแคนู/คยัค กิจกรรมชายหาด แม้กระทั่งเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ทางอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะอ่างทอง ยังมีบริการบ้านพัก สถานที่กางเต็นท์และเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว

หมู่เกาะอ่างทอง

                         ทะเลในหรือทะเลสาบกลางภูเขา

อยู่บนเกาะแม่เกาะเป็นปรากฏการทางธรณีวิทยา โดยเกิดจากแอ่งหินปูนที่ยุบตัวทะเลในมีลักษณะเป็นวงรี กว้าง 250 เมตร ยาว 350 เมตร ลึก 7 เมตรมีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ มีทิวทัศน์สวยงามจากจุดชมวิวจะเห็นทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ ของทะเลในสีเขียวมรกตรวมทั้งเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลเปิด ซึ่งโอบรอบด้วยโขดเขาและแมกไม้ปกคลุม

ทะเลในหรือทะเลสาบกลางภูเขา

จังหวัดปัตตานี

อยู่ห่างจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 42 เข้าสู่อำเภอปะนาเระ ในช่วงเวลาเช้าของทุกวันพุธและวันอาทิตย์ จะมีตลาดนัดริมทาง ซึ่งชาวไทยมุสลิมจะแต่งกายแบบพื้นเมืองโพกศีรษะด้วยผ้าบาติกสีฉูดฉาดเดินซื้อของในตลาด เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นชีวิตชนบทของชาวไทยมุสลิมที่มีบรรยากาศเมืองใต้อย่างแท้จริง

ตลาดนัดปาลัส
ตั้งอยู่ที่บ้านป่าไร่ ตำบลทุ่งพลา ริมทางรถไฟสายหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ระหว่างสถานีนาประดู่กับสถานีป่าไร่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 31 กิโลเมตร การเดินทางใช้เส้นทางหลวงสาย 42 (ปัตตานี-โคกโพธิ์) ผ่านสามแยกนาเกตุ ตรงไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 409 (ปัตตานี-ยะลา) ผ่านชุมชนเทศบาลนาประดู่และศูนย์ฝึกอาชีพ (วัดช้างให้) ไปจนถึงทางแยกเพื่อเข้าสู่วัดช้างให้อีกประมาณ 700 เมตร วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมากว่า 300 ปีมาแล้ว แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง ภายในวิหารมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริงประดิษฐานอยู่ นอกจากนี้ยังมีสถาปัตยกรรมของสถูป เจดีย์ มณฑป อุโบสถ และหอระฆัง ที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง
วัดช้างให้
หาดตะโละกาโปร์ 
ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองปัตตานีตามทางหลวงหมายเลข 42 (ปัตตานี-นราธิวาส) เลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอยะหริ่ง ข้ามคลองยามูตามสะพานคอนกรีตขนาดใหญ่ ผ่านพื้นที่สวนป่าชายเลนและหมู่บ้านไปจนถึงทางแยกเข้าสู่หาด รวมระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร หาดตะโละกาโปร์เป็นหาดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดปัตตานี เคยประกวดแหล่งท่องเที่ยว 5 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ได้ที่ 2 ประเภทแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ประจำปี 2529 หาดตะโละกาโปร์เป็นหาดทรายขาวสะอาดขนานกับชายฝั่งทะเล มีเรือกอและของชาวประมงจอดอยู่เป็นจำนวนมาก หาดทรายแห่งนี้งอกยาวออกไปเรื่อยๆ เพราะเกิดจากกระแสน้ำพัดเอาตะกอนทรายมาทับถมพอกพูน เหมาะแก่การไปนั่งพักผ่อนชมความสวยงาม มีทิวสนและต้นมะพร้าวให้ความร่มรื่นสวยงาม

หาดตะโละกาโปร์
หาดปะนาเระ

หาดรัชดาภิเษก
ตั้งอยู่ที่บ้านสายหมอ ตำบลสายหมอ ห่างจากตัวจังหวัดปัตตานีประมาณ 15 กิโลเมตรหรือห่างจากที่ว่าการอำเภอหนองจิกประมาณ 2 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ชายหาดร่มรื่นด้วยทิวสนเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน

หาดปะนาเระ

จังหวัดภูเก็ต

หมู่เกาะสุรินทร์

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
ดินแดนแห่งความสงบสวยงามและอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าทั้งทางบกทางน้ำบริเวณเขตติดต่อระหว่างจังหวัดพังงาระนองและประเทศพม่าในท้องทะเลอันดามันจะมีหมู่เกาะเล็กๆ จำนวน 5 เกาะที่สวยงามเปรียบประดุจสรวงสวรรค์ที่มีน้ำทะเลสีเขียวอยู่ล้อมรอบมีหาดทรายสีขาวสวยงามปะการังนานาชนิดและสมบรูณ์หลากหลายด้วยทรัพยากรธรรมชาติสถานที่แห่งนั้นคือหมู่เกาะสุรินทร์ที่ได้รับการเสนอให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปีพ.ศ2524ผู้ใดได้มีโอกาสไปชมความสวยงามของทรัพยากรใต้ทองทะเลแล้วจะตื่นตาตื่นใจเสมือนอยู่ในห้วงแห่งความฝันและจะลืมความวุ่นวายเสียทั้งสิ้นในสมันก่อนการเดินทางค่อนข้างลำบากผู้ที่ไปพบเห็นจะเกิดความภาคภูมิใจที่ได้มานะพยายามฝ่าคลื่นฝ่าลมจนบรรลุถึงปลายทางได้ทำความรู้จักผืนแผ่นดินไทยที่ตนได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของอีกแห่งหนึ่งอันจะเรียกได้ว่าเป็นสรวงสวรรค์แห่งท้องทะเล
 

  เกาะไข่นอก
เกาะไข่นอก เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตไม่มากนัก มีชายหาดสวยงามทรายละเอียดขาวรอบเกาะ เล่นน้ำได้ ด้านหลังของเกาะจะมีปลาเสืออยู่เป็นจำนวนมาก รอบ ๆ บริเวณมีปะการังเขากวาง ปะการังหินซ้อน สามารถเช่าเรือจากท่าเรือแหลมหิน หรือเช่า Speed Boat จากอ่าวฉลอง เกาะไข่นอกเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักแวะมาพักผ่อนเล่นน้ำ บนเกาะไม่มีบริการที่พัก    

                                              




ตึกโบราณ เมืองเก่าภูเก็ต
ตึกโบราณ เมืองเก่าภูเก็ตอาคารภายในตัวเมืองภูเก็ตส่วนมากเป็นตึกซึ่งสร้าง ขึ้นสมัยเกือบร้อยปีมาแล้วเมื่อครั้งที่กิจการเหมืองแร่เริ่มเจริญใหม่ๆ ตึกเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมผสานกับตะวัน ตกหรือที่เรียกว่าสถาปัตยกรรมแบบ "ชิโน - โปรตุกีส" โดยมีลักษณะ ตัวอาคารที่มีส่วนลึกมากกว่าส่วนกว้างหน้าต่างประตูเป็นไม้ลายฉลุ ปัจจุบันจะพบเห็นตึกเหล่านี้บริเวณ ถนนพังงา ถลาง เยาวราช ดีบุก และถนนกระบี่ นอกจากนี้ยังมีตึกโบราณที่มีลักษณะทาง สถาปัตยกรรมแบบยุโรป ได้แก่ ศาลากลางจังหวัด ภูเก็ต ศาลจังหวัดภูเก็ต และธนาคารนครหลวงไทยเป็นต้น


เกาะราชาใหญ่

ชมปะการังแสนสวย เกาะราชาใหญ่เป็นเกาะที่มี่ความสวยงาม นอกจากแนวปะการังน้ำตื้นแล้ว ยังมีหาดทรายขาวสะอาด และบรรยากาศที่เงียบสงบเป็นธรรมชาติ
อ่าวฉลอง
อยู่ห่างจากตัวเมือง 11 กิโลเมตรไปตามถนนเจ้าฟ้า ถึงห้าแยกอ่าวฉลองแล้วเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 1 กิโลเมตร ชายหาดเป็นรูปโค้งยาวเหยียดทะเลบริเวณนี้ ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ เพราะชายหาด เป็นทรายปนโคลนแต่เหมาะสำหรับ การจอดเรือ ไม่ว่าจะเป็นเรือให้เช่าไปเกาะต่างๆหรือเรือยอช์ทส่วนตัว


จังหวัดกระบี่

  ทะเลแหวก 
ทะเลแหวก
ลึกล้ำเข้าไปกลางทะเลลึกแห่งอันดามัน ช่วงเวลาหนึ่งที่เรานั่งเรือชมเกาะรูปร่างสวยงามแปลกตา ใครจะเชื่อว่า อีกชั่วข้ามเวลาหนึ่งทะเลที่เราผ่านมาชั่วครู่ จะลดระดับน้ำ ดุจทะเลแหวกออกจนกลายเป็นหาดทรายขาวสะอาดเชื่อมเกาะสองเกาะสองเกาะอย่างน่าอัศจรรย์มีลักษณะเป็นเกาะ 3 เกาะอยู่ในทะเล ยามเมื่อน้ำทะเลลดเป็นแนวยาว 2 เกาะสามารถเดินไปเที่ยวชมได้ซึ่งดูเหมือนเดินอยู่กลางทะเล จึงเรียกว่า ทะเลแหวก ทะเลแหวกสามารถชมได้ดีที่สุดในช่วงเวลาน้ำลงต่ำสุดในแต่ละวัน โดยเฉพาะในวันก่อน และหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน ฤดูกาลท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี
 
สระมรกต
สระมรกต สระน้ำสวยใสกลางใจป่า กำเนิดมาจากธารน้ำอุ่นในผืนป่าที่ราบต่ำภาคใต้ แหล่งสุดท้ายที่พบ นกแต้วแร้วท้องดำ ซึ่งเคยสูญพันธ์ไปนานเกือบ 100 ปี ใครจะรู้บ้างไหมว่า ใจกลางป่าผืนนี้มีทั้งสระน้ำสวยใส และนกหายากอยู่รวมกัน เป็นสระที่รับน้ำมาจากน้ำตกที่ไหลจากเทือกเขาประ-บางคราม น้ำที่ตกมามีสีเขียวคล้ายมรกต เต็มไปทั้งสระ จึงเรียกสระนี้ว่า สระมรกต สระมรกต สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปีแต่สภาพที่ดีซึ่งจะเห็นสระเป็นสีเขียวมรกตสดใส มักจะเป็นช่วงเวลาเช้า และเย็น โดยเฉพาะในวันฤดูร้อนที่ท้องฟ้าสดใสปราศจากเมฆฝน
 
เขาขนาบน้ำ
  
เขาขนาบน้ำ
เป็นสัญลักษณ์ของเมือง กระบี่ เลยทีเดียวมองเห็นเป็นเขาสูงสองลูกตั้งขนาบแม่น้ำ กระบี่ ด้านหน้าตัวเมืองนั่งเรือเพียง 15 นาทีก็ถึง สองฝั่งเป็นป่าชายเลนที่มีความสมบูรณ์สามารถขึ้นไปเที่ยวถ้ำบนเขาได้ ภายในมีหินงอกหินย้อยและเป็นสถานที่ที่เคยพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมากสันนิสฐานว่าเป็นกลุ่มคนที่เคยมาตั้งหลักแหล่งในสมัยโบราณและอาจเกิดอุทกภัยอย่างฉับพลันทำให้ล้มตายลงพร้อมกันจำนวนมากแต่ปัจจุบันไม่มีหลงเหลืออยู่แล้วใกล้เขาขนาบน้ำเป็นชุมชนชาวเกาะกลางซึ่งมีพิพิธภัณฑ์และศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้าน แสดงเครื่องใช้สมัยโบราณและของที่ระลึกฝีมือชาวบ้านอีกทั้งได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนในชุมชน ชมการทอผ้า การเลี้ยงปลาในกระชังการทำประมงพื้นบ้านของชาวกระบี่เป็นต้น
ตั้งอยู่ที่บ้านถ้ำเสือในตำบลกระบี่น้อย ห่างจากตัวเมืองกระบี่เป็นระยะทาง 9 กิโลเมตร ได้ชื่อว่าวัดถ้ำเสือเพราะสันนิษฐานว่าเมื่อก่อนมีเสืออาศัยอยู่ และเนินเขาของภูเขาอ่าวลูกธนู เรียกว่า เขาแก้ว ภายในถ้ำแห่งนี้ยังปรากฏหินธรรมชาติ เป็นรูปแบบของอุ้งเท้าเสือ ภายนอกถ้ำรายล้อมไปด้วยป่าและต้นไม้ใหญ่ตามธรรมชาติที่มีอายุเป็นร้อยๆปี ที่เติบโตภายในพื้นที่แนวเขาคีรีวงศ์ที่รายล้อมพระอารามแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีสถานที่เป็นที่รู้จักอื่นๆอีกเช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้างแก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำพระ ซึ่งนอกเหนือจากพระอารามแล้ว พื้นที่นี้มีลักษณะที่น่าสนใจอื่นๆอีกโดยเฉพาะในมุมมองของนักโบราณคดี และถ้ำบางแห่งที่นี้ยังตั้งอยู่ใกล้บริเวณวัดจึงสามารถใช้เป็นศูนย์กลางการนั่งฌานของพระภิกษุและเหล่าอุบาสก อุบาสิกาได้อีกด้วย
วัดถ่ำเสือ เขาแก้ว อ่าวลูกธนู
 
หมู่เกาะพีพี 
เดิมหมู่เกาะแห่งนี้มาจากภาษามาเล ชื่อว่า “ปูเลาปิอาปิ” คำว่า “ปูเลา” แปลว่าเกาะ และคำว่า “ปิอาปิ” แปลว่าต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่งจำพวกแสม และโกงกาง ซึ่งต่อมามีชาวมุสลิมและผู้คนจากแผ่นดินใหญ่เข้ามาอยู่ จึงเรียกชื่อเกาะนี้สั้นๆว่า “ปีปี” และภายหลังกลายเสียงมาเป็น “พีพี” ซึ่งหมู่เกาะพี่พีประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะด้วยกัน คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน โดยพื้นที่ทั้งหมดของเกาะพีพีประมาณ 35 ตารางกิโลเมตร และถูกรวมเข้าเป็นอุทยานแห่งชาติในปี 1983

หมู่เกาะพีพี
ถ้ำเพชร
อยู่ห่างจากสี่แยกตลาดอ่าวลึกเหนือ 3 กิโลเมตร ด้านหน้าถ้ำมีพระพุทธรูปปูนประดิษฐานอยู่และที่ผนังถ้ำจะมีหินสะท้อนแสงส่องประกายระยิบระยับสวยงามราวกับเพชรอยู่ตามผนังถ้ำถ้ำนี้จึงถูกเรียกว่า "ถ้ำเพชร" หากต้องการจะไปเยี่ยมชมก็ควรจะติดต่อคนนำทางจากอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีได้และควรจะนำไฟฉายติดตัวไปด้วย